“มะเร็งปากมดลูก” เป็นโรคมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มผู้หญิงไทย แต่เป็นโรคที่มีระยะการดำเนินโรคนานเป็นปี ๆ และมีระยะก่อมะเร็งจึงทำให้เราสามารถวินิฉัยพบและทำการรักษาก่อนจะลุกลามได้ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่มีเทคโนโลยีเหมาะสมและประสิทธิภาพจึงเข้ามามีความสำคัญ โดยหน่วยงาน Women Healthcare ได้นำเสนอเทคโนโลยีชั้นนำของโลกในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและการวินิจฉัยเพื่อส่งเสริมอนาคตที่ดีต่อสุขภาพของสตรีในประเทศไทย

นอกเหนือจากการตรวจโรคมะเร็งปากมดลูกแล้ว หน่วยงาน Women Healthcare ยังมุ่งมั่นที่จะดูแลด้านสุขภาพในหลาย ๆ ด้านสำหรับผู้ป่วยหญิง โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเรามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และรวมไปถึงผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิดอันได้แก่ การตรวจคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรม การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรม และการตรวจติดตามการตั้งครรภ์เพื่อดูภาวะเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ชุดตรวจ ThinPrep PAP Test

ThinPrep PAP Test ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี พ. ศ. 2546 ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่เชื่อถือได้มากที่สุดในปัจจุบัน

ThinPrep Pap Test นับเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพานิชย์รายแรกในการตรวจเซลล์วิทยาอิงของเหลว (Liquid Based Cytology - LBC) ซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกนับตั้งแต่เริ่มมีการใช้

แป๊บสเมียร์ (Pap test) ในตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการทดสอบ ThinPrep Pap Test นั้น ถูกพัฒนาขึ้นในปี พ. ศ. 2539 และได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่แพร่หลายมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา นับแต่นั้นมาอุบัติการณ์ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญประมาณ 30%

ลักษณะเด่นของการทดสอบ ThinPrep Pap Test ได้แก่ความแม่นยำในการตรวจคัดกรองที่เพิ่มขึ้น และความสะดวกสบายของผู้ป่วย โดยสามารถตรวจเพิ่มเติมรายการทดสอบอื่น ๆ ได้ในคราวเดียวกัน จึงไม่จำเป็นต้องมีการเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมจากผู้ป่วย นอกจากนี้การทดสอบ ThinPrep Pap Test ยังสามารถนำไปตรวจคัดกรองไวรัส human papillomavirus (HPV) เพราะไวรัสเอชพีวีเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ThinPrep Pap Test ยังมีเทคโนโลยีการตรวจที่โดดเด่นด้วย ThinPrep Imaging System with Dual Review ซึ่งเป็นการผสานการตรวจคัดกรองด้วยเครื่องแบบอัตโนมัติควบคู่ไปกับการตรวจสอบ ยืนยันโดยนักเซลล์วิทยาเข้าไว้ด้วยกันซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจหาความผิดปกติและช่วยลดการรายงานลบลวง

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
การตรวจทางอนูชีวโมเลกุล เพื่อตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อ HPV
ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก 14 สายพันธุ์

Aptima HPV HR

ชุดตรวจ APTIMA HPV ได้เริ่มมีการใช้ในปี ค.ศ.2011

ในการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อไวรัสเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง 14 ชนิดโดยใช้เทคนิคการตรวจหาสารชีวโมเลกุลชนิดแมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ E6/E7 ของเชื้อ มีการศึกษามากมายที่สนับสนุนว่า แมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอนี้เป็นการตรวจที่บ่งชี้ถึงการมีเชื้อเอชพีวีที่มีการสร้างสารก่อมะเร็ง ชุดตรวจ APTIMA HPV จึงเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ช่วยให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยมากยิ่งขึ้นและช่วยลดการติดตามรักษาที่อันตรายโดยไม่จำเป็นออกไป

APTIMA HPV เป็นการตรวจวิเคราะห์เพื่อจำแนกผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคตที่มีความไวในการตรวจหาเชื้อเอชพีวีเช่นเดียวกับการตรวจหาเอชพีวีดีเอ็นเอและยังช่วยลดผลบวกลวงให้แก่คนไข้โดยมีงานวิจัยรับรองในผู้ป่วยมากกว่าห้าหมื่นรายทั่วโลก

APTIMA HPV มีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือมีความไวในการทดสอบดีเยี่ยม มีความจำเพาะมากกว่าการทดสอบหาเอชพีวีดีเอ็นเอองค์กรอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริการับรองให้ใช้คู่กับ ThinPrep Pap Test สอดคล้องไปกับแนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
การตรวจทางอนูชีวโมเลกุล เพื่อตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อ HPV
ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก 14 สายพันธุ์

Aptima Combo2 For Ct/Ng Assay

ชุดตรวจ APTIMA COMBO2 เริ่มมีการใช้ในปี ค.ศ. 2014

เพื่อตรวจหาเชื้อหนองในเทียมและหนองในแท้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบมากที่สุดในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อแบคทีเรีย ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ปีละมากกว่า 3 ล้านราย และจากการประมาณการโดยองค์กรอนามัยโลกคาดว่าในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อหนองในเทียม 105.7 ล้านราย และหนองในแท้ 106.1 ล้านราย กรมควบคุมและป้องกันโรคประเทศสหรัฐอเมริกา (The Centers for Disease Control and Prevention: CDC) ประมาณการว่ามีเพียง 38% ของหญิงวัยเจริญพันธุ์เท่านั้นที่เข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหนองในเทียมในสหรัฐอเมริกา 75% ของผู้ติดเชื้อหนองในเทียมมักไม่แสดงอาการและสามารถแพร่เชื้อได้โดย 30% ของผู้ติดเชื้อมีการพัฒนาไปเป็นโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ อันเป็นสาเหตุของการเป็นหมัน การเจ็บปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง และการท้องนอกมดลูก

จากการศึกษาวิจัยพบว่า APTIMA Combo2 มีความแม่นยำในการตรวจหาเชื้อหนองในเทียมและหนองในแท้มากกว่าวิธีการเพาะเชื้อและวิธีการอื่น ๆ ด้วยการตรวจหา สารชีวโมเลกุลชนิดไรโบโซมอลอาร์เอนเอของเชื้อแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิดนี้ ส่งผลให้เพิ่มความไวและยังสามารถลดการเกิดผลลบลวง โดยการทำลายสารรบกวนปฏิกิริยาอีกด้วย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
การตรวจทางอนูชีวโมเลกุล เพื่อตรวจหาสายพันธุ์ของเชื้อ HPV
ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก 14 สายพันธุ์

CERVISTA® HPV HR

CERVISTA HPV HR ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2552

เพื่อให้แพทย์และห้องปฏิบัติการทำการทดสอบตรวจหา human papillomavirus (HPV) ได้อย่างมีความมั่นใจสูงสุด

การทดสอบ Cervista HPV HR สำหรับ 14 สายพันธุ์ จะมีการควบคุมคุณภาพภายในการทดสอบ เพื่อป้องกันป้องการรายงานผลการติดเชื้อที่ไม่ถูกต้อง อันเนื่องมาจากเซลล์ที่เก็บได้จากผู้ป่วยไม่เพียงพอ และการไม่มีปฏิกิริยาข้ามชนิดของเชื้อ HPV กลุ่มความเสี่ยงต่ำซึ่งอาจทำให้เกิดผลบวกลวงได้

Cervista HPV HR เป็นการตรวจที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีผลการตรวจพบเซลล์ที่ผิดปกติ (ASC-US) ในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทางเซลล์วิทยา (Pap test) โดยผลจากการทดสอบ Cervista HPV HR จะทำให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องทำการส่องกล้องปากมดลูกด้วยคอลโปสโคป (Colposcopy) หรือไม่

ด้วยประสิทธิภาพความถูกต้องสูงสุดของ Cervista HPV HR แพทย์และห้องปฏิบัติการรวมถึงผู้ป่วยสามารถมั่นใจได้ว่าการดูแลผู้ป่วยจะได้รับความถูกต้องตามมาตรฐานเวชปฏิบัติต่อไป

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
การตรวจคัดกรองภาวะคลอดก่อนกำหนด
การตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวเคมี Fetal Fibronectin

Fetal Fibronectin Test

ชุดตรวจ FETAL FIBRONECTIN (FFN) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ภาวะคลอดก่อนกำหนดที่มีการใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2008

ในประเทศไทยพบว่ามีทารก 12 คน จาก 100 คน ที่คลอดก่อนกำหนดจึงจัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาในเด็กแรกเกิด ในทุกวันนี้โดยอาศัยอาการแสดงของมารดาเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดหรือไม่ อย่างไรก็ตามในบางครั้งแม้ว่ามารดาจะมีอาการก็ไม่ได้คลอดก่อนกำหนดเสมอไป หรือในทางตรงกันข้ามขณะที่มารดาไม่มีอาการเลยกลับมีการคลอดก่อนกำหนดเกิดขึ้นได้

ดังนั้น Fetal Fibronectin จึงเป็นเครื่องมือที่เชื่อถือได้ในการช่วยพยากรณ์การคลอดก่อนกำหนดการใช้งานมีความปลอดภัย เนื่องจากใช้วิธีการตรวจหาระดับ สารฟีตอลไฟโบรเนคตินในสารคัดหลั่งจากช่องคลอด ซึ่งโดยปกติสามารถตรวจพบสารฟีตอลไฟโบรเนคตินนี้ ได้ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ และช่วงระยะก่อนคลอดเท่านั้นหากตรวจพบสารฟีตอลไฟโบรเนคตินในช่วงสัปดาห์ที่ 22 ถึง 35 ของการตั้งครรภ์มีความเป็นไปได้สูงว่ามีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ผู้เป็นมารดาจะได้รับการรักษาหรือนอนพักฟื้นโดยไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวัน

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
การตรวจคัดกรองทารกในครรภ์

บริการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์มารดา

“โครโมโซมคืออะไร”
โครโมโซมอยู่ภายในเซลล์ของร่างกายมีหน้าที่ขนส่งข้อมูลลักษณะทางพันธุกรรม เพื่อกำหนดการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายคนทั่วไปมีโครโมโซม 23 คู่ โดย 22 คู่แรกเรียกว่า Autosome ส่วนโครโมโซมคู่ที่ 23เรียกว่าโครโมโซมเพศ โดยเพศหญิงจะมีโครโมโซมเพศ XX ส่วนเพศชายจะมีโครโมโซมเพศ XY ความผิดปกติของโครโมโซมคือการที่มีโครโมโซมไมเท่ากับ 23 คู่ อาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ยีนผิดปกติส่งผลให้ทรกมีความผิดปกติแต่กำเนิด

การตรวจ NIPS
บริษัทให้บริการการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมของทารกในครรภ์มารดา (Non Invasive Prenatal Screening: NIPS) เป็นการตรวจดีเอ็นเออิสระของทารกที่ลอยอยู่ในกระแสเลือดมารดา (cell-free fetal DNA) ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing ซึ่งสามารถเชื่อมั่นผลการตรวจว่ามีความถูกต้องมากกว่า 99% ในการตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21 (ดาวน์ซินโดรม) คู่ที่ 18 (เอ็ดเวิร์ด ซินโดรม) และคู่ที่13 (พาทู ซินโดรม) โดยการตรวจนี้สามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10สัปดาห์ขึ้นไป จากการเจาะเลือดมารดา 10 ml. และรอรับผลภายใน 8-10 วันทำการ